Nikon D3000 vs Canon EOS 1000D
Nikon D3000 กับ Canon EOS 1000D เป็นกล้องดิจิตอลที่ออกมาในระดับ Entry-Level กรอปกับ Nikon D3000 และ Canon EOS 1000D เป็นกล้องที่มีราคาย่อมเยา น่าใช้งานสำหรับผู้ที่เริ่มต้นจะมีกล้องดิจิตอลสักตัวแต่มีงบประมาณจำกัด
กล้องถ่ายภาพดิจิตอล Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS กับ Nikon D3000 เป็นกล้องดิจิตอลแบบ D-SLR ทั้งคู่ ซึ่งสามารถที่จะถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ และ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS ก็มีชื่อเรียกอีกชื่อคือ Canon EOS Digital Rebel XS แต่ในบ้านเราใช้ชื่อ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS พร้อมกันนี้ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 เป็นกล้องแบบ APS-C
Nikon D3000 มีความละเอียดในการถ่ายภาพ 10.2 ล้านพิกเซล ให้ขนาดภาพสูงสุด 3872 x 2592 พิกเซล ส่วน Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS ให้ความละเอียดในการถ่ายภาพ 10.1 พิกเซล ให้ขนาดภาพสูงสุด 3888 x 2592 พิกเซล ทั้ง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ให้ขนาดภาพแบบ 3:2
Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS ใช้เซ็นเซอร์แบบ CMOS (Complementary Metal Oxide Semiconductor) ขนาดเซ็นเซอร์ 22.2 x 14.8 มม. ส่วน Nikon D3000 ใช้เซ็นเซอร์แบบ CCD (Charge Coupled Device) ขนาดเซ็นเซอร์ 23.6 x 15.8 มม. โดยถ้ามองที่ขนาดของเซ็นเซอร์แล้ว Nikon D3000 จะได้เปรียบกว่านิดหน่อยเนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่กว่า แต่มองโดยภาพรวมแล้วด้วยขนาดที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ในส่วนของตัวเซ็นเซอร์ว่ากันตามคุณสมบัติของตัวเซ็นเซอร์แล้วทาง Nikon D3000 ใช้ CCD จะได้เปรียบกว่านิดหน่อยในเรื่องของความคมชัดและสีสัน แม้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันจะมีการพัฒนาขึ้นมามากที่ผลิตออกมาให้ทั้ง CMOS และ CCD ออกมามีคุณภาพที่ใกล้เคียงกันแต่ส่วนนี้ผู้เขียนยังมองภาพที่ได้จาก CCD ให้สีสันสดใสกว่า
ด้านของ Image processor ทาง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS ใช้แบบ DIGIC III ส่วน Nikon D3000 ใช้แบบ EXPEED image processing โดย Image processor จะมีส่วนสัมพันธ์กับตัวเซ็นเซอร์ด้วยที่จะทำให้ภาพออกมาดีหรือไม่ รวมไปถึงการใช้พลังงานด้วย แต่ส่วนนี้ทาง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS ดูจะเสียเปรียบอยู่นิดหน่อยเนื่องจากเป็นกล้องที่ออกมาก่อน ส่วน Nikon D3000 ออกมาทีหลังก็ได้มีการปรับปรุงในเรื่องของระบบให้ทำงานได้ดีขึ้น
ความไวแสง (ISO) ทั้ง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ทำได้ในเกณฑ์พอๆ กัน โดยสามารถปรับได้แบบ Auto และสูงสุดที่ 1600 แต่ทาง Nikon D3000 สามารถที่จะปรับบูตเพิ่มได้ถึง 3200 ซึ่งจะทำให้สามารถถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้ดี ซึ่งถ้าผู้ที่จะซื้อให้ลองถ่ายภาพดูก่อนว่าในโหมด ISO สูงๆ อย่าง 1600 หรือ 3200 แล้วดูว่ามีน้อยส์เกิดที่ภาพมากน้อยแค่ไหน
ระบบ Image stabilization หรือการป้องกันการสั่นไหวของภาพ ทั้ง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ไม่มีระบบนี้ที่ตัวกล้อง แต่มาอยู่ที่ตัวเลนส์แทนโดยเลนส์ที่เป็น Kit ที่มาพร้อมกับกล้องนี้ก็มีระบบกันสั่นอยู่แล้ว โดยทาง Canon เรียกว่า IS ส่วน Nikon เรียกว่า VR ทั้ง Canon และ Nikon ผู้เขียนเห็นว่าสามารถทำงานได้พอๆ กันไม่แตกต่างกัน แต่ส่วนที่จะทำให้แตกต่างคือ ถ้าต้องการที่จะซื้อเลนส์ที่มีระบบกันสั่นเพิ่มเติม ทั้ง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ก็มีให้เลือกอยู่หลากหลายรุ่นและก็มีราคาที่แตกต่างกันด้วย
ในส่วนของเมาท์เลนส์ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS ใช้เมาท์แบบ Canon EOS EF, EF-S mount มีอัตราคูณ 1.6 ส่วน Nikon D3000 ใช้เมาท์แบบ Nikon F (with AF contacts) มีอัตราคูณ 1.5 ซึ่งทั้ง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ก็ใช้งานได้ไม่แตกต่างกันและเลนส์ในยุคนนี้ก็เริ่มหาซื้อง่ายแล้ว โดยเฉพาะเลนส์แบบ EF-S หรือ AF-S เนื่องจากการใช้งานกล้องในระดับนี้อาจจะมีเลนส์ไม่มากนัก 1-2 ตัว อย่างน้อยๆ ก็มีเลนส์คิท หรือ 50 มม. F1.8 หรือเลนส์อิสระ ประมาณนี้เท่านั้นครั้นที่จะใช้เลนส์ดีๆ แพงก็ดูจะไม่เหมาะสมกับกล้องราคานี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ไม่ได้แต่ผู้เขียนไม่แนะนำเท่าไร
ระบบออโต้โฟกัส Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS ใช้แบบ Multi-BASIS TTL, 7 focus points ส่วน Nikon D3000 ใช้แบบ Nikon Multi-CAM1000 ถ้าถามส่วนตัวในเรื่องของระบบออโต้โฟกัสเพียงอย่างเดียวผู้เขียนชอบของทาง Nikon แต่ในการใช้งานจริงมันเป็นภาพรวมของกล้องซึ่งจะเกี่ยวข้องกับส่วนอื่นๆ ด้วย ดังนั้นถ้าผู้ที่จะไปซื้อใช้งานให้ทดสอบถ่ายภาพดูก่อน โดยวัดว่าการโฟกัสมีความเร็วในการทำงานดีหรือไม่ โดยถ่ายย้ายมุมไปมา กดแบบครึ่งชัตเตอร์ และแบบเต็มชัตเตอร์ และทดสอบถ่ายแบบต่อเนื่อง รวมถึงโหมด AI-Servo (Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS) หรือ Continuous-servo AF (AF-C) (Nikon D3000) ด้วยเพื่อดูความแม่นยำและความเร็วในการโฟกัส
ไวท์บาลานส์ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS สามารถปรับได้ 6 แบบพร้อมการปรับแบบแมนนวล ส่วน Nikon D3000 ปรับได้ 12 โหมดพร้อมการปรับแบบแมนนวล และสามารถปรับแบบเควินได้ด้วย ส่วนนี้ทาง Nikon D3000 ได้เปรียบเห็นๆ เนื่องจากสามารถปรับการทำงานได้หลากหลายกว่าซึ่งจะทำให้ภาพที่ได้มามีสภาพสีที่ตรงกับที่ตาเราเห็นได้มากกว่า
โหมดของการถ่ายภาพ ทาง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS สามารถถ่ายได้แบบ Auto, Program AE (P), Shutter priority AE (Tv), Aperture priority AE (Av), Manual (M), Auto depth-of-field, Portrait, Landscape, Close-up, Sports, Night portrait และ Flash off ส่วนทาง Nikon D3000 มีโหดถ่ายภาพแบบ Auto (Auto, Flash off), Scene Modes (Portrait, Landscape, Child, Sports, Close up, Night portrait), Programmed auto (P) with flexible program, Shutter-priority auto (S), Aperture priority auto (A), Manual (M) ดูทาง Nikon D3000 จะได้เปรียบเรื่องโหมดสำเร็จรูปอยู่นิดหน่อย แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบใช้โหมดสำเร็จรูปเหมือนกล้องคอมแพคทั้ง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ก็มีการทำงานที่ไม่แตกต่างกัน ซึ่งในความเห็นของผู้เขียนมองว่าใช้กล้องแบบ D-SLR ทั้งทีจะใช้โหมดสำเร็จรูปแบคอมแพคก็กะไรอยู่ หัดใช้โหมด A, S, M จะดีกว่าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใช้เลย เอาไว้ใช้ในกรณีที่ฉุกเฉินจริงๆ เนื่องจากผู้ใช้งานไม่ต้องปรับอะไรมากให้กล้องเป็นผู้จัดการให้ เนื่องจากการหัดใช้โหมด A, S, M เป็นการฝึกฝนฝีมือในการถ่ายภาพไปด้วยในตัว
ด้านความเร็วชัตเตอร์ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ทำได้ในระดับที่ดีทั้งคู่ โดยอยู่ระหว่าง 30 ถึง 1/4000 วินาทีไม่ต่างกัน แต่ในเรื่องของระบบกลไกแล้วแต่ประสบการณ์ในการใช้งานและได้ข้อมูลมา เนื่องจากผู้เขียนเห็นว่าระบบกลไกยังไม่ทีนเสียหายหรอกก็เปลี่ยนรุ่นกล้องกันสะก่อนแล้ว
ระบบแฟลช Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 มีแฟลชทำงานในตัวแบบ pop-up หรือจะเรียกว่าแฟลชหัวกล้องก็ได้ โดย Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS ทำได้ในระยะ 13 เมตร (ISO 100) มีโหมดทำงาน Auto, On, Red-eye reduction, Off ส่วน Nikon D3000 ทำได้ในระยะ 12 เมตร (at ISO 100) มีโหมดทำงาน Auto, Red-Eye, Slow, Red-Eye Slow, Rear curtain ซึ่งถือว่าไม่แตกต่างกันแต่ส่วนตัวผู้เขียนชอบที่ Nikon D3000 มีแฟลชแบบ Slow ด้วยทำให้การถ่ายภาพออกแบบแสงไม่จ้าเกินไป แต่แฟลชแบบหัวกล้องนั้นก็สามารถทำงานได้ในระดับหนึ่งโดยระยะหวังผลที่ดีก็ประมาณ 50% นอกจากนี้แล้ว Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ยังมี hot-shoe สำหรับต่อใช้งานแฟลชภายนอกได้ด้วย (Canon Speedlite 580EX II ~ 16,700 บาท, Nikon Speedlight SB-900 ~ 19,500 บาท)
เรื่องของการปรับชดเชยแสง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS ปรับได้ -2 ถึง +2 EV ครั้งละ 1/3 EV หรือ 1/2 EV ส่วน Nikon D3000 ปรับได้ -5 ถึง +5 EV ครั้งละ 1/2 หรือ 1/3 EV ตรงนี้ทาง Nikon D3000 ดูจะได้เปรียบกว่าโดยการปรับชดเชยแสงนี้ก็จะมีประโยชน์ในการถ่ายภาพสีขาวหรือสีดำ ให้ขาวแบบขาวจริงๆ หรือดำแบบดำสนิทขึ้น ก็อาศัยการปรับชดเชยแสงช่วยได้เหมือนกัน
การวัดแสง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS เป็นแบบ 35 area eval, center weighted, partial ส่วน Nikon D3000 เป็นแบบ 3D Matrix metering II, Center weighted, Spot ส่วนนี้ถือว่ามีการทำงานที่ไม่แตกต่างกัน แต่คุณภาพในการทำงานผู้ใช้งานต้องลองถ่ายดูโดยให้ทดสอบดูแล้วดูว่าภาพที่ได้ออกมานั้นตรงหรือใกล้เคียงกับตาที่เราเห็นหรือไม่ แต่ส่วนของ Nikon D3000 ผู้เขียนชอบตรงที่มีการวัดแสงแบบ Spot ด้วย ซึ่งก็คล้ายกับ partial ของทาง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS
Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ทั้งคู่ โดย Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 3.0 fps, แบบไม่จำกัด ที่ความเร็ว 1.5 fps และได้สูงสุด 5 ภาพสำหรับไฟล์แบบ RAW ส่วน Nikon D3000 ถ่ายได้ที่ความเร็ว 3.0 fps, แบบไม่จำกัด สำหรับไฟล์แบบ JPEG และแบบ RAW 6 ภาพ ซึ่งก็ทำให้ทาง Nikon D3000 ดูจะได้เปรียบกว่าทำให้ไม่พลาดช๊อตสำคัญๆ ไป แม้ว่า Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 จะถ่ายภาพต่อเนื่องได้แบบ RAW แต่ในการใช้งานจริงดูจะเป็นการใช้งานแบบ JPEG มากกว่าเพราะถ้ามีการถ่ายแบบ RAW อาจจะทำให้พลาดช๊อตบางช๊อตไปเนื่องจากจะต้องรอตัวกล้องบันทึกลงการ์ดหน่วยความจำอีก
สื่อบันทึกข้อมูล Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ใช้แบบ SD/SDHC ซึ่งสามารถหาซื้อใช้งานได้ง่าย มีราคาถูกและรองรับการ์ดที่มีความจุสูงๆ ได้อีกด้วย
รูปแบบการบันทึกข้อมูล ทาง Nikon D3000 สามารถบันทึกได้แบบ NEF (12-bit compressed RAW), JPEG fine (1:4), JPEG normal (1:8), JPEG basic (1:16) และ NEF (RAW) + JPEG ส่วนของ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS สามารถบันทึกได้แบบ RAW (.CR2) + JPEG Large/Fine, JPEG (EXIF 2.21) Fine และ JPEG (EXIF 2.21) Normal
ช่องมองภาพ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ให้มุมมองในการมอง 95% มีอัตราขยายที่ 0.8x เท่าๆ กัน
| Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS / Digital Rebel XS | Nikon D3000 |
Image parameters
|
Image parameters
|
ด้านจอภาพ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS มีหน้าจอขนาด 2.5 นิ้วพร้อมความละเอียด 230,000 พิกเซล ส่วน Nikon D3000 มีหน้าจอขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล แต่ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS มีจอภาพแบบ Live View ซึ่งการมี Live View จะทำให้การถา่ยภาพง่ายในในบางมุม เช่น มุมก้มหรือมุมเงย เนื่องจากการใช้งาน Live View จะเหมือนกันกล้องคอมแพคที่สามารถดูภาพจากหน้าจอ LCD ขณะถ่ายภาพได้
ในส่วนของการเชื่อมต่อ Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 สามารถเชื่อมต่อกับ USB 2.0 (480Mbit/sec) ได้ แต่ Nikon D3000 เหนือกว่าด้วยการเชื่อมต่อแบบ HDMI
Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS มีน้ำหนัก 502 กรัมขนาด 126 x 98 x 65 มม. ส่วน Nikon D3000 มีขนาด 536 กรัม ขนาด 126 x 97 x 64 มม. ซึ่งถือว่าไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากการใช้งานจริงจะอยู่ที่อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเลนส์, แฟลช, กริ้ป เป็นต้น
ด้านของ Body ทั้ง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 ถือว่าเป็นกล้องที่มีขนาดเล็กเหมือนกัน แต่ส่วนตัวเห็นกว่า Nikon D3000 มีการจับในลักษณะที่เข้ามือมากว่า แต่ส่วนนี้ก็อยู่ที่มือใครมือมันนะ ต้องลองไปจับไปถือดูเอาเองว่าจะมีความกระชับมือหรือไม่เพียงใด
ภาพรวม ทั้ง Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS และ Nikon D3000 เป็นกล้องที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันมาก แต่ถ้าจะซื้อมาใช้งานทั่วไป ไม่ได้ซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมอะไรมากมาย ผู้เขียนมองว่า Nikon D3000 เป็นกล้องที่มีส่วนที่น่าสนใจอยู่มากกว่าสักหน่อยแม้ว่าจะมีภาพรวมของอุปกรณ์ที่แพงกว่าก็ตาม แต่นี่ก็เป็นเพียงความเห็นของผู้เขียนในมุมมองหนึ่งเท่านั้น สำหรับผู้ที่จะเลือกซื้อก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อีก
| Canon EOS 1000D / Digital Rebel XS | Nikon D3000 | |
![]() |
![]() |
|
| Format | Interchangeable lens camera | Interchangeable lens camera |
| Price (2009-09-20) | 19,900 (เครื่องศูนย์) | 23,900 (เครื่องศูนย์) |
| Also known as | Canon EOS Digital Rebel XS | |
| Max resolution | 3888 x 2592 | 3872 x 2592 |
| Low resolution | 2816 x 1880, 1936 x 1288 | 2896 x 1944, 1936 x 1296 |
| Image ratio w:h | 3:2 | 3:2 |
| Effective pixels | 10.1 million | 10.2 million |
| Sensor photo detectors | 10.5 million | 10.8 million |
| Sensor size | 22.2 x 14.8 mm (3.28 cm2) | 23.6 x 15.8 mm (3.72 cm2) |
| Pixel density | 3.1 MP/cm2 | 2.7 MP/cm2 |
| Sensor type | CMOS | CCD |
| Sensor manufacturer | Canon | Unknown |
| ISO rating | Auto, 100, 200, 400, 800, 1600 | Auto, 100, 200, 400, 800, 1600, (plus 3200 with boost) |
| Digital zoom | No | No |
| Image stabilization | No | No |
| Auto Focus | Multi-BASIS TTL, 7 focus points | Nikon Multi-CAM1000 |
| Manual Focus | Yes | Yes |
| White balance override | 6 positions & manual preset | 12 positions, plus manual and Kelvin |
| Min shutter | 30 sec | 30 sec |
| Max shutter | 1/4000 sec | 1/4000 sec |
| Built-in Flash | Yes, pop-up | Yes, pop-up |
| Flash range | 13 m (ISO 100) | 12 m (at ISO 100) |
| External flash | Yes, hot-shoe, E-TTL II | Yes, hot-shoe |
| Flash modes | Auto, On, Red-eye reduction, Off | Auto, Red-Eye, Slow, Red-Eye Slow, Rear curtain |
| Exposure compensation | -2 to +2 EV in 1/3 EV or 1/2 EV steps | -5 to +5 EV in 1/2 or 1/3 EV steps |
| Metering | 35 area eval, center weighted, partial | 3D Matrix metering II, Center weighted, Spot |
| Aperture priority | Yes | Yes |
| Shutter priority | Yes | Yes |
| Focal length multiplier | 1.6 | 1.5 |
| Lens thread | Canon EOS EF, EF-S mount | Nikon F (with AF contacts) |
| Continuous Drive | Yes, 3.0 fps, unlimited, 1.5 fps for up to 4 RAW frames | Yes, 3.0 fps, unlimited JPEG |
| Movie Clips | No | No |
| Remote control | Yes, E3 connector | Yes, Optional (ML-L3) |
| Self-timer | Yes, 10 sec (2 sec with mirror lock-up) | Yes, 2, 5, 10 or 20 sec |
| Timelapse recording | Yes, by USB cable and PC | No |
| Orientation sensor | Yes | Yes |
| Storage types | SD/SDHC/MMC card | SD/SDHC card |
| Storage included | None | None |
| Uncompressed format | Yes, RAW | Yes, RAW |
| Quality Levels | Fine, Normal | Fine, Normal, Basic |
| Viewfinder | Optical (Pentamirror, 95% coverage, 0.81x magnification) | Optical (Pentamirror, 95% coverage, 0.8x magnification) |
| LCD | 2.5 ? | 3 ? |
| LCD Dots | 230,000 | 230,000 |
| Live View | Yes | No |
| USB | USB 2.0 (480Mbit/sec) | USB 2.0 (480Mbit/sec) |
| HDMI | No | Yes |
| Wireless | No | No |
| Environmentally sealed | No | No |
| Battery | Canon 1050mAh Li-Ion & Charger | Lithium Ion (EN-EL9a) & charger |
| Weight (inc. batteries) | 502 g (17.7 oz) | 536 g (18.9 oz) |
| Dimensions | 126 x 98 x 65 mm (5 x 3.9 x 2.6 in) | 126 x 97 x 64 mm (5 x 3.8 x 2.5 in) |





เป็นอะไรที่สูสี แต่ 1000D ดูจะเก่าไปหน่อย ออกมาตั้งปีแล้วนี้ แต่คาดว่า 2000D คงมาในไม่ช้าแน่นอน D3000 เตรียมหนาว
พี่คับ ผมไปดู มา Nikon D3000 มันไม่มีLive View อะคับ แLive Viewแล้วมีกับไม่มี มัน ต่างกันมากป่าวคับ มีผล อะไรป่าว คับ แล้วถ้าไม่มีLive View แล้วมีหน้าจอLCDมาทำไมคับ ช่วยตอบทีนะคับ สงสัยมากๆ คับ คิดว่าจะซื้อ Nikon d3000 หรือไม่ก้อ Canon 1000D อะคับ ช่วยที่นะคับ
== แก้ไขข้อมูลแล้ว ==
การมี Live View จะทำให้การถา่ยภาพง่ายในในบางมุม เช่น มุมก้มหรือมุมเงย เนื่องจากการใช้งาน Live View จะเหมือนกันกล้องคอมแพคที่สามารถดูภาพจากหน้าจอ LCD ขณะถ่ายภาพได้